สรุปสิ่งที่ควรทำก่อน
1. ขอเอกสารสิทธิที่อ่านรายละเอียดด้านหลังได้
รายการจดทะเบียนด้านหลังเอกสารสิทธิช่วยเห็นการโอน จำนอง ภาระจำยอม หรือรายการอื่นตามที่บันทึกไว้ ควรใช้สำเนาที่ชัดและตรวจเลขที่ดิน หน้าสำรวจ ตำบล อำเภอให้ตรงกับพื้นที่พิพาท
2. ทำ Timeline การได้มาและการครอบครอง
ระบุว่าใครเริ่มถือสิทธิเมื่อใด ได้มาโดยวิธีใด ใครใช้ประโยชน์ ใครสร้างรั้วหรือสิ่งปลูกสร้าง และเริ่มมีข้อพิพาทเมื่อใด ลำดับเวลาช่วยเชื่อมเอกสารกับพยานบุคคล
3. ถ้าพิพาทแนวเขต ให้แยกประเด็นเอกสารกับสภาพจริง
ภาพถ่ายและแผนที่ออนไลน์ช่วยอธิบายบริบทแต่ไม่แทนการรังวัดโดยเจ้าพนักงาน ควรเก็บหลักฐานหมุด รั้ว ทางน้ำ ทางเข้า และเอกสารการรังวัดหรือหนังสือแจ้งจากสำนักงานที่ดินถ้ามี
4. ตรวจบุคคลที่มีชื่อในเอกสารกับผู้ครอบครองจริง
บางคดีมีเจ้าของตามทะเบียน ผู้ครอบครอง ผู้เช่า หรือทายาทหลายกลุ่ม จึงต้องแยกฐานสิทธิของแต่ละคนเพื่อไม่ให้สับสนว่าใครมีสิทธิอะไร
5. ระวังการเซ็นเอกสารแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
หนังสือยินยอม แบ่งเขต ประนีประนอม หรือสละสิทธิอาจมีผลระยะยาว ก่อนลงชื่อควรตรวจแผนที่ เนื้อหา และผลต่อสิทธิในที่ดินให้ชัด
เอกสารหรือข้อมูลที่ควรเตรียม
- โฉนด/น.ส.3/เอกสารสิทธิทั้งหน้าและหลัง
- สัญญาซื้อขาย ให้ จำนอง เช่า หรือเอกสารมรดก
- ระวาง แผนที่ หรือเอกสารรังวัดที่มี
- ภาพถ่ายพื้นที่ แนวรั้ว ทางเข้า หมุด และสิ่งปลูกสร้าง
- หลักฐานภาษี การทำประโยชน์ หรือค่าน้ำไฟตามกรณี
- หนังสือจากสำนักงานที่ดินหรือคู่กรณี
คำถามที่พบบ่อย
มีชื่อในโฉนดแปลว่าได้เปรียบคดีเสมอหรือไม่?
ไม่สามารถสรุปเช่นนั้น ต้องดูประเด็นข้อพิพาทและฐานสิทธิที่คู่กรณีอ้าง รวมถึงประวัติการได้มาและหลักฐานอื่น
ภาพ Google Maps ใช้แทนการรังวัดได้ไหม?
ใช้ช่วยอธิบายสภาพหรือบริบทได้ แต่ไม่ควรถือว่าแทนเอกสารหรือการรังวัดของหน่วยงานที่มีอำนาจ
คู่กรณีสร้างรั้วล้ำควรรื้อเองไหม?
ไม่ควรใช้กำลังหรือทำลายทรัพย์โดยพลการ ควรเก็บหลักฐาน ตรวจแนวเขต และเลือกขั้นตอนทางกฎหมายที่เหมาะสม
แหล่งข้อมูลทางการที่เกี่ยวข้อง
ลิงก์ภายนอกใช้เพื่ออ้างอิงข้อมูลทั่วไป โปรดตรวจฉบับปัจจุบันและข้อเท็จจริงของคดีอีกครั้ง
