
สรุปสิ่งที่ควรทำก่อน
1. ตรวจให้ชัดว่ามีฐานบังคับคดีแล้วหรือยัง
ต้องดูคำพิพากษาหรือคำสั่ง สถานะคดี และขั้นตอนที่ศาลดำเนินการแล้ว เอกสารแต่ละคดีอาจอยู่คนละช่วง จึงไม่ควรกระโดดไปค้นทรัพย์โดยไม่รู้ว่าพร้อมยื่นคำขอบังคับหรือไม่
2. สืบทรัพย์อย่างเป็นระบบ ไม่ใช่ค้นชื่อแบบกระจัดกระจาย
เริ่มจากข้อมูลระบุตัวลูกหนี้ ที่อยู่ อาชีพ กิจการ ทรัพย์ที่เคยปรากฏในเอกสาร และความสัมพันธ์ทางธุรกิจ จากนั้นจึงตรวจทรัพย์แต่ละประเภทผ่านช่องทางที่ชอบด้วยกฎหมายและมีหลักฐานรองรับ
3. ทรัพย์มีชื่อไม่ได้แปลว่ายึดแล้วคุ้มเสมอ
ที่ดินอาจมีจำนอง รถอาจมีภาระ หรือทรัพย์อาจเป็นกรรมสิทธิ์ร่วม ควรประเมินราคาคร่าว ๆ ลำดับสิทธิ ค่าใช้จ่าย และโอกาสได้รับชำระก่อนเลือกเป้าหมาย
4. การยึดกับการอายัดใช้กับทรัพย์ต่างลักษณะ
ทรัพย์มีรูปร่าง เช่น ที่ดินหรือรถ กับสิทธิเรียกร้อง เช่น เงินเดือนหรือเงินที่บุคคลภายนอกต้องชำระแก่ลูกหนี้ มีขั้นตอนต่างกัน ควรเตรียมข้อมูลผู้ถือทรัพย์หรือบุคคลภายนอกให้ถูกต้อง
5. ติดตามหลังยึดหรืออายัดจนกว่าจะเกิดผล
งานบังคับคดีอาจมีประกาศขาย การคัดค้าน การแบ่งเงิน หรือการรับชำระเป็นช่วง ๆ ต้องเก็บเลขสำนวนบังคับคดี เอกสารคำขอ และผลดำเนินการทุกครั้งเพื่อวางขั้นตอนต่อไป
เอกสารหรือข้อมูลที่ควรเตรียม
- คำพิพากษา/คำสั่งและหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดตามกรณี
- คำบังคับ/หมายบังคับคดี/เอกสารกรมบังคับคดีที่มี
- ข้อมูลลูกหนี้และเลขประจำตัวที่จำเป็น
- ข้อมูลที่ดิน รถ กิจการ นายจ้าง หรือคู่ค้าเท่าที่มี
- เอกสารภาระจำนอง/กรรมสิทธิ์ร่วมถ้าทราบ
- ตารางยอดหนี้และยอดชำระหลังคำพิพากษา
คำถามที่พบบ่อย
ชนะคดีแล้วศาลจะตามยึดทรัพย์ให้เองไหม?
โดยทั่วไปเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องดำเนินการขอบังคับคดีและให้ข้อมูลทรัพย์ตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
ไม่มีทรัพย์ในชื่อแปลว่าบังคับคดีไม่ได้อีกเลยไหม?
ไม่ควรสรุปทันที อาจต้องตรวจทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องประเภทอื่นและติดตามการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาที่กฎหมายอนุญาต
ยึดบ้านที่ติดจำนองได้ไหม?
ต้องตรวจสิทธิของเจ้าหนี้จำนอง ลำดับสิทธิ มูลค่าทรัพย์ และความคุ้มค่า การยึดไม่ได้หมายความว่าเจ้าหนี้ผู้ยึดจะได้รับเงินก่อนทุกคน
แหล่งข้อมูลทางการที่เกี่ยวข้อง
ลิงก์ภายนอกใช้เพื่ออ้างอิงข้อมูลทั่วไป โปรดตรวจฉบับปัจจุบันและข้อเท็จจริงของคดีอีกครั้ง
