สรุปสิ่งที่ควรทำก่อน
1. พิสูจน์ความเป็นเจ้าของหรือฐานสิทธิก่อน
เครื่องหมายการค้าอาจมีทะเบียนและรายการสินค้า/บริการ ส่วนลิขสิทธิ์ต้องดูผู้สร้าง ผู้ว่าจ้าง การโอนสิทธิ และวันที่สร้างหรือเผยแพร่ ควรรวบรวมเอกสารที่เชื่อมสิทธิมาถึงผู้ร้องอย่างเป็นลำดับ
2. เก็บหลักฐานออนไลน์ให้มีบริบท
ภาพหน้าจอควรเห็น URL ชื่อบัญชี วันที่หรือข้อมูลที่ระบุแหล่งที่มา และเก็บไฟล์ PDF/วิดีโอหรือหน้าเว็บเพิ่มเติมเมื่อจำเป็น เพราะเนื้อหาออนไลน์สามารถแก้หรือลบได้
3. แยก “คล้าย” ออกจาก “ละเมิด”
การประเมินต้องดูสิทธิที่ได้รับความคุ้มครอง ลักษณะการใช้ สินค้า/บริการ กลุ่มผู้บริโภค และองค์ประกอบอื่น ไม่ควรสรุปจากความรู้สึกว่าภาพหรือชื่อคล้ายกันเพียงอย่างเดียว
4. ระบุผู้กระทำและช่องทางจำหน่าย
เก็บชื่อร้าน บริษัท ที่อยู่ ช่องทางชำระเงิน เลขพัสดุ ผู้ขายบนแพลตฟอร์ม และข้อมูลติดต่อที่ปรากฏโดยชอบ ข้อมูลนี้ช่วยแยกเจ้าของบัญชี ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และแพลตฟอร์มออกจากกัน
5. เลือกมาตรการให้ตรงเป้าหมาย
บางกรณีต้องการให้หยุดใช้ บางกรณีต้องการเจรจา ขอข้อมูล แจ้งแพลตฟอร์ม หรือดำเนินคดี การส่งหนังสือก่อนควรคำนึงถึงการรักษาหลักฐานและผลที่อาจเกิดขึ้นหลังคู่กรณีได้รับแจ้ง
เอกสารหรือข้อมูลที่ควรเตรียม
- หนังสือรับรอง/ทะเบียนเครื่องหมายการค้า ถ้ามี
- ไฟล์ต้นฉบับ หลักฐานการสร้าง สัญญาจ้างหรือโอนสิทธิ
- ภาพหน้าจอพร้อม URL และวันเวลาที่ตรวจพบ
- ลิงก์/ชื่อบัญชี/ข้อมูลผู้ขายหรือผู้เผยแพร่
- ใบเสร็จและตัวอย่างสินค้า ถ้ามีการซื้อทดสอบโดยชอบ
- หนังสือโต้ตอบหรือการแจ้งแพลตฟอร์มที่เคยทำ
คำถามที่พบบ่อย
จดลิขสิทธิ์ก่อนถึงจะฟ้องได้ไหม?
ลิขสิทธิ์มีหลักการคุ้มครองตามกฎหมายโดยไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนแบบเครื่องหมายการค้า แต่ต้องพิสูจน์สิทธิและข้อเท็จจริงให้ได้
เจอร้านใช้โลโก้คล้ายกันควรโพสต์ประจานเลยไหม?
ไม่แนะนำ ควรเก็บหลักฐานและตรวจสิทธิก่อน การเผยแพร่ข้อกล่าวหาอาจสร้างข้อพิพาทอื่นเพิ่ม
แจ้งแพลตฟอร์มให้ลบแล้วถือว่าจบคดีไหม?
การนำเนื้อหาออกอาจแก้ปัญหาบางส่วน แต่สิทธิเรียกร้องอื่นและข้อเท็จจริงต้องพิจารณาแยกกัน
แหล่งข้อมูลทางการที่เกี่ยวข้อง
ลิงก์ภายนอกใช้เพื่ออ้างอิงข้อมูลทั่วไป โปรดตรวจฉบับปัจจุบันและข้อเท็จจริงของคดีอีกครั้ง
