สรุปสิ่งที่ควรทำก่อน
1. แยกก่อนว่าเป็นหนี้ประเภทใด
บัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล เช่าซื้อ และหนี้จากบริการอื่นมีโครงสร้างสัญญาต่างกัน ควรดูคำฟ้องว่ายึดสัญญาใดเป็นฐานและเรียกร้องยอดใดบ้าง
2. ตรวจบัญชีท้ายฟ้องกับประวัติการชำระ
เปรียบเทียบยอดใช้จริง ยอดชำระ วันผิดนัด และการคิดดอกเบี้ยหรือค่าใช้จ่าย หากไม่มีเอกสารเดิมครบ ให้รวบรวมเท่าที่มีและระบุช่วงที่ข้อมูลขาดเพื่อขอตรวจเพิ่มเติม
3. อย่าเข้าใจว่าการเจรจาทำให้วันนัดศาลหายไป
แม้กำลังคุยกับเจ้าหนี้หรือผู้รับมอบอำนาจ ก็ควรติดตามคดีและวันนัดตามหมาย การตกลงควรมีข้อความชัดว่าเงื่อนไขใหม่คืออะไร และคดีจะดำเนินต่อหรือยุติอย่างไร
4. หากต้องการผ่อนชำระ ให้ประเมินยอดที่ทำได้จริง
การเสนอจำนวนที่เกินกำลังอาจนำไปสู่การผิดนัดซ้ำ ควรดูรายรับ รายจ่าย หนี้อื่น และจำนวนที่สามารถปฏิบัติได้ต่อเนื่อง พร้อมอ่านเงื่อนไขดอกเบี้ยหรือผลเมื่อผิดนัดใหม่
5. เก็บหลักฐานทุกการติดต่อ
บันทึกชื่อผู้ติดต่อ วันที่ ข้อเสนอ และสำเนาข้อตกลง หากชำระเงินควรใช้ช่องทางที่ตรวจสอบได้และเก็บหลักฐานไว้ เพื่อป้องกันข้อโต้แย้งเรื่องยอดภายหลัง
เอกสารหรือข้อมูลที่ควรเตรียม
- หมายศาลและคำฟ้องทุกหน้า
- สัญญาบัตรเครดิต/สินเชื่อ/เช่าซื้อ ถ้ามี
- Statement หรือใบแจ้งยอด
- หลักฐานการชำระ
- หนังสือปรับโครงสร้างหนี้หรือข้อเสนอผ่อน
- แชตหรือหนังสือจากเจ้าหนี้/ผู้รับมอบอำนาจ
คำถามที่พบบ่อย
ถูกฟ้องแล้วเจรจาได้ไหม?
ยังอาจเจรจาได้ แต่ต้องควบคู่กับการติดตามวันนัดและขั้นตอนของศาล ไม่ควรถือว่าการเจรจาทำให้คดีหยุดเอง
ไม่มี Statement เก่าครบต้องทำอย่างไร?
รวบรวมเอกสารที่มีและขอข้อมูลจากผู้ให้บริการตามช่องทางที่เหมาะสม พร้อมตรวจบัญชีที่แนบมากับคำฟ้อง
ควรยอมรับยอดตามฟ้องเลยหรือไม่?
ควรตรวจที่มาของยอดและเอกสารก่อน เพราะเงินต้น ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และยอดชำระอาจต้องพิจารณาแยกกัน
แหล่งข้อมูลทางการที่เกี่ยวข้อง
ลิงก์ภายนอกใช้เพื่ออ้างอิงข้อมูลทั่วไป โปรดตรวจฉบับปัจจุบันและข้อเท็จจริงของคดีอีกครั้ง
