ขออนุญาตฎีกาคดีแพ่ง: ต้องตรวจอะไร ก่อนจัดทำคำร้อง
คดีแพ่งโดยหลักใช้ระบบขออนุญาตฎีกา การไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เพียงอย่างเดียวไม่ทำให้มีสิทธิฎีกาโดยอัตโนมัติ
ประเด็นที่ต้องประเมิน
ตรวจคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ประเด็นข้อกฎหมายที่เสนอ ความสำคัญของปัญหา และหลักเกณฑ์ที่ศาลฎีกาใช้พิจารณาอนุญาต รวมถึงข้อจำกัดตามกฎหมายเฉพาะ
คำร้องกับคำฟ้องฎีกา
ตรวจรูปแบบคำร้องขออนุญาตฎีกาและคำฟ้องฎีกาที่ต้องดำเนินการตามบทบัญญัติที่ใช้บังคับ รวมถึงกำหนดเวลา ค่าธรรมเนียม และวิธีการยื่นต่อศาลที่ถูกต้อง
สิ่งที่ควรเตรียม
คำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ คำคู่ความเดิม คำสั่งสำคัญ เอกสารอ้างอิงข้อกฎหมาย และวันอ่านคำพิพากษา
กำหนดเวลาขออนุญาตฎีกาและตัวบท
ป.วิ.พ. มาตรา 247: การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลอุทธรณ์ต้องได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา โดยยื่น คำร้องขออนุญาตฎีกาพร้อมคำฟ้องฎีกา ต่อศาลชั้นต้นภายใน หนึ่งเดือนนับแต่วันที่อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์
ป.วิ.พ. มาตรา 249: ศาลฎีกาพิจารณาว่าปัญหาตามฎีกาเป็นปัญหาสำคัญที่ควรวินิจฉัยหรือไม่ เช่น เกี่ยวพันประโยชน์สาธารณะ หรือการวินิจฉัยข้อกฎหมายสำคัญขัดกับแนวบรรทัดฐานศาลฎีกา การยื่นภายในกำหนดจึงไม่รับประกันว่าจะได้รับอนุญาต
แนวฎีกาที่เกี่ยวข้อง: ฎีกาที่ 5745/2568 เป็นตัวอย่างคดีแพ่งที่ศาลฎีกาอนุญาตให้ฎีกาและวินิจฉัยประเด็นค่าฤชาธรรมเนียมตามมาตรา 229 แต่ไม่ใช่คำพิพากษาที่กำหนดเกณฑ์อนุญาตฎีกาทุกกรณี แหล่งคำพิพากษา
แหล่งกฎหมายและข้อมูลอ้างอิง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 247–249 และบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง; ข้อกำหนดของประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับการขออนุญาตฎีกา
ตรวจสอบตัวบทกฎหมายฉบับปัจจุบันได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และข้อมูลขั้นตอนศาลที่ สำนักงานศาลยุติธรรม
บทความนี้ได้รับการตรวจทานโดยทนายความแล้ว แต่เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับคดีใดคดีหนึ่ง กฎหมายและแนวคำพิพากษาอาจเปลี่ยนแปลง ต้องตรวจข้อเท็จจริงและเอกสารก่อนใช้สิทธิ